รางวัลชนะเลิศ Miss Tiffany Universe 2010 ได้แก่ หมายเลข 26. ณลดา ธรรมธนาคร (น้องมิค)

mtu2010_30final_1_41

รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 8. น้ำเพชร ประสพโชค (นาเดีย)

นางงามมิตรภาพ / Miss Congeniality ได้แก่ หมาย เลข 20. อัศจรรย์กวี พรหมอักษร (เฟียต)

ขวัญใจช่างภาพ สื่อมวลชน / Miss Photogenic ได้แก่ หมายเลข 29. ทรงสุดา ทรงกฤษดากร (แก้ว)

แต่ง กายงาม / Best Costume ได้แก่หมายเลข 14. ดุจลดา เอี่ยมผึ้ง (เมย์)

สำหรับผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย Miss Tiffany Universe 2010

หมายเลข 5. กุลธิดา เพชรบูรณ์ (ก๊อต)
หมายเลข 29. ทรงสุดา ทรงกฤษดากร (แก้ว)
หมาย เลข 22. มนัสภร พรประภาพรรณ (แคท)
หมายเลข 1. ชัญญา เด่นฟ้านภาพล (บิวตี้)
หมายเลข 26. ณลดา ธรรมธนาคร (น้องมิค)
หมาย เลข 8. น้ำเพชร ประสพโชค (นาเดีย)
หมายเลข 24. รินท์ลภัส พุก (รินท์)
หมาย เลข 2. ศิริปภาวรินทร์ มงคลพันธ์มณี (เจน)
หมายเลข 21. กตัญญุตา รัตนธาดา (ไข่เจียว)
หมายเลข 19. เมริษา สุวรรณเวช (เมย์)

Miss Unlimited Sexy Star BY Central Festival Pattaya Beach ได้แก่ หมายเลข 1. ชัญญา เด่นฟ้านภาพล (บิวตี้)

มิสนูริส บิวตี้ ได้แก่ หมาย เลข 24. รินท์ลภัส พุก (รินท์)

รางวัลสุขภาพผิว ที่ดี สนับสนุนโดย รพ.ผิวหนังอโศก มิสบิวตี้สกิน by อโศกฮอสพิทอล ได้แก่ หมาย เลข 26. ณลดา ธรรมธนาคร (น้องมิค)

ผู้ เข้า รอบ 3 คนสุดท้าย

หมายเลข 1. ชัญญา เด่นฟ้านภาพล (บิวตี้)
หมาย เลข 8. น้ำเพชร ประสพโชค (นาเดีย)
หมายเลข 26. ณลดา ธรรมธนาคร (น้องมิค)
จาก http://www.missladyboys.com

Miss Tiffany’s Universe 2010

การประกวด Miss Tiffany’s Universe 2010 รอบตัดสิน ในคืนวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ณ โรงละครทิฟฟานี โชว์ พัทยา ได้ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป ติดตามชมการถ่ายทอดสดการประกวดได้ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 01.00 น.

thailand

thailand

ในขณะที่มุมของมิตรรัก แฟนเพลง แฟนคลับ แม่ยก ที่แห่มาให้กำลังใจเหล่าคนดังที่พวกเขาและเธอชื่นชอบกันแล้ว รวมถึงญาติๆ และครอบครัวของผู้มาเกณฑ์ทหารก็เป็นอันต้องเฮ เมื่อได้เจอดาราตัวเป็นๆ มาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการมาขอผ่อนผัน มากกว่าที่จะมาจับใบดำใบแดง โดยระหว่างทำการคัดเลือกนั้น ชายไทยทั้งหลายที่มารอการคัดเลือกก็ต้องถอดเสื้อล่อนจ้อนโชว์กล้ามเป็นมัดๆ ซิกแพกอันเซ็กซี่ เหลือแต่กางเกงตัวเดียว เพื่อเตรียมเข้าตรวจร่างกายโดยทีมแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป

clik

และในอีกมุมเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของชายที่มีหัวใจเป็นหญิง ที่เฝ้ามองจุดสนใจของคนหมู่มากอยู่อย่างเงียบๆ แต่ถ้าเมื่อใด เธอได้ปรากฏกายขึ้น ก็สามารถเรียกความสนใจได้จากสายตาคนรอบๆ ข้างไม่แพ้ดาราเหมือนกัน

ด้วยรูปร่างอรชร อ้อนแอ้น ผมยาวสลวย ราวกับผู้หญิง แต่เหตุใดจึงมาปรากฏกายในหมู่ชายร่างกำยำที่กำลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งสายตาที่มองมาแต่ละคู่อาจจะไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกับที่มองดารา เพราะส่วนใหญ่แสดงอาการดูถูก เย้ยหยัน บางสายตา เจ้าของก็ส่งเสียงหัวเราะแกมขบขันออกมา ทำให้ผู้ที่ถูกเป็นเป้าสายตาอดที่จะรู้สึกอับอายไม่ได้

__fwdDer.com__-125718445-205-4737
จำนวนสาวประเภทสองหรือกะเทยทุกวันนี้ เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน ซึ่งส่วนใหญ่มีสรีระไม่ตรงกับเพศกำเนิด (เพศชาย) โดยก่อนปี 2549 ในการบันทึกผลการตรวจเลือกทหารกองเกินหรือใบ สด.43 ระบุในนั้นว่าพวกเธอ (ในร่างเขา) เป็นโรคจิตหรือวิกลจริต มีสถานะเปรียบเสมือนคนไร้ความสามารถ ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาสมัครงานในหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมทั้งไม่สามารถทำพาสปอร์ตไปต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนที่มีความแตกต่างทางเพศเหล่านี้

ในที่สุด เครือข่ายปกป้องผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ต่อสู้เรื่องนี้ให้กระทรวงกลาโหม แก้ไขตัดคำว่าโรคจิตออกไป เพื่อเป็นการคืนสิทธิให้คนเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงกลาโหมได้รับปากว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยสั่งการให้หน่วยบัญชาการ กำลังสำรองหรือหน่วยคัดเลือกเกณฑ์ทหาร ดำเนินการแก้ไขไม่ระบุคำว่าโรคจิตในการตรวจเลือกทหารกองเกิน ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา

__fwdDer.com__-125718448-118244

เรียกร้องสิทธิ์ ยกเลิก ระบุเป็นคนโรคจิต

นัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการ มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร แสดงทัศนะว่า การที่ทางการเขียนว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นโรคจิตหรือวิกลจริตนั้น ส่งผลกระทบต่อพวกเขา โดยส่วนมากคนที่เข้าไปเกณฑ์ทหารและไม่ได้รับการคัดเลือก จะเป็นพวกที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรง เช่น ตาเหล่ นิ้วกุด ส่วนกรณีคนที่มีความหลากหลายทางเพศเมื่อไปเกณฑ์ทหาร เจ้าหน้าที่เขาเห็นว่าเป็นคนกระตุ้งกระติ้ง มีหน้าอก ผมยาว เป็นผู้หญิง สวยงาม เจ้าหน้าที่ก็เลยไม่อยากให้มาเป็นทหาร เพราะถ้าผ่านการตรวจเลือกเข้าไปจะทำให้เกิดความปั่นป่วนในกองทัพ

“ที่ผ่านมามีการเรียกร้อง เพราะเจ้าหน้าที่เขาเห็นว่า คนกลุ่มนี้เป็นโรคจิต ซึ่งกะเทยบางคนไม่ชอบใจ บางทีเขียนว่าเป็นโรคจิตถาวรเลยก็มี เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นเขาถือใบ สด.43 มาร้องทุกข์ที่กรรมการสิทธิฯ ว่ามีการเขียนว่าเป็นโรคจิตถาวร โรคจิตผิดปกติ เขียนไปต่างๆ นานา มันสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ที่ความหลากหลายทางเพศ

__fwdDer.com__-125718459-118248

23116

“นอกเหนือจากเอกสาร แล้วก็ยังมาซ้ำเติมเขาอีกนะ ตอนที่เขามาหาเรา เขาบอกว่า เขาไม่ได้เป็นโรคจิตอะไรรเลย เขาคือมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมา ไม่ใช่เพศหญิง เพศชายเท่านั้นเอง เพราะโลกใบนี้มีมนุษย์มากกว่าสองเพศ มีคนที่ไม่ใช่ผู้หญิงหรือผู้ชายเยอะแยะ แต่ว่าความไม่รู้ของเราในอดีต ทำให้เราออกกฎเกณฑ์กติกา มารองรับคนแค่สองเพศเท่านั้น มันก็เลยทำให้คนที่ไม่ใช่ผู้หญิงหรือผู้ชายลำบาก หรือทำให้เขาเกิดความทุกข์ คนกลุ่มนี้เลยอยากให้แก้ระเบียบอันนี้ซักที”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนขององค์การอนามัยโลก ก็ออกเอกสารมารับรองว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศไม่ได้เป็นโรคจิต เป็นธรรมชาติที่เขาเกิดมาแล้ว บอร์น ทู บี ซึ่งทางกรมสุขภาพจิตก็มีการออกหนังสือรับรอง แต่หนังสือนั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นระเบียบ กติกา หรือเป็นวิธีคิดของคนที่มีอำนาจในการใช้กฎหมาย เลยทำให้คนยังใช้ทัศนคติแบบเดิม ระเบียบแบบเดิม ซึ่งส่งผลกระทบกับคนกลุ่มนี้อยู่มาก

23119
ระหว่างที่มีการรอให้ใช้ระเบียบนี้เป็นกฎหมายเพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติไปใน ทิศทางเดียวกัน กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศเหล่านี้ได้ถูกยกเลิกระบุว่าเป็นโรคจิตหรือ วิกลจริต โดยเปลี่ยนมาใช้คำว่าหน้าอกผิดรูปหรือไม่ได้ขนาดบ้าง ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ต้องเป็นทหาร

เป็นกะเทย ไม่ใช่ ‘โรคจิต’

“กรณีผลการเกณฑ์ทหาร ที่กระทรวงกลาโหมระบุว่าคนที่เป็นกะเทยเป็นโรคจิตถาวรนั้น เรียกได้ว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท เพราะฉะนั้น คนที่ถูกกล่าวหาเขาจึงต้องฟ้องร้อง เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะคำที่กระทรวงกลาโหมระบุไว้มันทำให้เขาถูกมองในแง่ลบ ถูกเข้าใจผิด ส่งผลเสียเวลาที่เขาไปสมัครงาน”

นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล หัวหน้าหน่วยจิตเวช โรงพยาบาลพญาไท 2 ร่วม แสดงความเห็นต่อกรณีการฟ้องร้องของชายหนุ่มผู้มีหัวใจเป็นหญิงสาว ซึ่งนำไปสู่การพิจารณาร่างแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการบันทึกผลใบ สด.43 โดยให้บัญญัติคำใหม่แก่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ใช่ระบุว่า โรคจิต เหมือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นพ.สุกมล อธิบายถึงความหมายของ โรคจิต ที่ถูกนำมาใช้อย่างผิดๆ ในครั้งนี้ว่า

“คำว่า โรคจิต หรือ Psychosis ก็คือโรคทางจิตเวทชนิดหนึ่ง เช่น อาการวิกลจริตอย่างเห็นภาพหลอน หูแว่ว ได้ยินหรือเห็นว่ากำลังจะมีคนมาฆ่าตัวเอง มีอาการประสาทหลอน แต่เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะโรคทางจิตเวทยังแบ่งได้อีกหลายประเภท ซึ่งผู้ที่เป็นกะเทย เขาไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Psychosis แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่รู้จะระบุให้เขาเป็นอะไร ก็เลยเขียนลงไปว่าเขาเป็นโรคจิต ซึ่งมันส่งผลเสียกับชีวิตด้านอื่นๆ ของเขา ซึ่งในความเป็นจริง กะเทยก็คือผู้ชายที่มีหัวใจเป็นผู้หญิง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยด้านบุคลิกทางกายภาพ หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Psychiatric disorders ”

นพ.สุกมล ทิ้งท้ายถึงมุมมองเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศไว้ว่า “มนุษย์มีความหลากหลาย แม้กระทั่งในเรื่องทางเพศ อย่างผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงเหล่านี้ เขาจะเป็นทหารไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีความบกพร่องในเรื่องอื่นๆ เขายังสามารถไปประกอบอาชีพ ไปทำงานที่เหมาะกับตัวเองได้ อย่างปอย-ตรีชฎา ที่สวยขนาดนั้น ก็ทำงานในวงการบันเทิงได้ เพราะฉะนั้น กระทรวงกลาโหมจึงควรแก้ไขคำที่ใช้ระบุคนเหล่านี้เสียใหม่ ไม่ใช้คำว่าโรคจิต แต่ควรใช้คำที่ถูกต้องเหมาะสมกว่า

นั่นคือคำว่า ‘ผู้ชายที่มีจิตใจเป็นผู้หญิง’ ซึ่งเป็นความจริงที่สาวประเภทสองเขายอมรับได้ และเป็นความจริงที่ไม่ถูกบิดเบือนหรือมีความหมายในแง่ลบ อย่างคำว่าโรคจิต”

ดิฉัน (กระผม) มีหน้าอกผิดรูป

ไม่ต้องถึงขั้นจับปืนออกรบ แค่เดินทางไปเกณฑ์ทหาร สาวประเภทสอง ก็โดนกระหน่ำด้วยการกระทำล่วงละเมิดสิทธิจนพรุนไปทั้งร่าง!

ย้อนกลับไปครั้งอดีต เมื่อ เปรมปรีดา ปราโมช ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการกะเทยไทย : สื่อ สุขภาพ สิทธิ์ และวิถีชีวิต มีอายุครบเกณฑ์ ต้องไปเข้ารับการคัดเลือก ในใจของเธอเกิดความเครียดและกังวลใจอย่างมาก เพราะปีหน้าต้องเผชิญหน้ากับการเกณฑ์ทหาร

“แค่กะเทยเดินเข้าไปในพิธีกรรมเกณฑ์ทหาร ทุกคนต่างมองเหมือนเป็นตัวตลกหรือตัวประหลาด พอออกไปยืนรวมกับคนอื่นที่ลานกลางแจ้ง ทีนี้แหละ คนมายุ่งวุ่นวายกับเรา ชี้ชวนกันดูแล้วหัวเราะกันใหญ่ เหมือนกับเราไม่ใช่คน…มันเป็นความรุนแรงที่กระทำต่อความรู้สึก กะเทยทุกคนรู้สึกเช่นนั้นนะ จริงๆ คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ต้องมาก็ได้”

เมื่อถูกปฏิบัติเช่นนั้น เปรมปรีดาก็นึกแย้งอยู่ในใจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้สาวประเภทสอง แยกจากชายหนุ่มที่มาเกณฑ์ทหาร

“มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมาเขียนเลขที่แขน แค่มาเขียนเลขที่แขนก็แย่อยู่แล้วนะ เพราะความรู้สึกของเราเป็นผู้หญิง แถมตอนเขียนเขายังปฏิบัติไม่ดี กระแทกกระทั้น ไม่รู้ว่าหมั่นไส้เราหรือเปล่า จนเจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งสังเกตเห็นได้เดินแทรกเข้ามาบอกและเตือนว่า เอ้า ทำกับเขาดีๆ หน่อยสิ…”

ช่วงที่แพทย์เรียกตัวเปรมปรีดาเข้าไปตรวจในซอกมุมหนึ่งที่มีเพียงผ้าม่านบัง เล็กน้อย มีคนแอบปีนหน้าต่างดูเพราะสงสัยว่าแพทย์จะตรวจยังไง? เปรมปรีดาจะต้องถอดเสื้อไหม? โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจแม้เพียงนิดที่จะตักเตือนผู้ที่ทำเช่นนั้น

“ตอนตรวจหมอยังแซวอีกนะว่า ทำไมคุณใส่ชุดชั้นในแบบนี้… ใกล้ๆ กัน เราเห็นหมอสั่งให้สาวประเภทสอง คนหนึ่งที่ศัลยกรรมหน้าอกมาแล้วถอดเสื้อ มองดูก็รู้ว่าหมอใช้ทัศนคติส่วนตัวพิจารณาให้เธอถอดเสื้อ ทั้งๆ ที่มองภายนอกก็รู้ว่าทำหน้าอกมาแล้ว”

…………

ในทางปฏิบัติกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เปลี่ยนการระบุในใบ สด.43 กับกลุ่มหลากหลายทางเพศแล้ว โดยยกเลิกการใช้คำว่า ‘โรคจิต’ เปลี่ยนเป็น การใช้คำว่า ‘หน้าอกผิดรูป’ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศใช้เป็นกฎหมาย และยังมองหาคำที่จะมาใช้ระบุในใบ สด.43 ใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร ที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำที่สรุปมานั้นต้องเป็นคำที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ของพวกเขาด้วย

จาก http://www.manager.co.th

หนุ่ม เมืองน้ำหอมหลงเสน่ห์สาวประเภทสองชาวไทย ถือฤกษ์สงกรานต์ยกขันหมากสู่ขอแต่งงานนำสินสอดเป็นทอง 10 บาท เงินสด 1 แสน มาหมั้น ชาวบ้านแห่ร่วมงาน กว่า 300 คน เผยฮันนี่มูนที่ประเทศธิเบต-ญี่ปุ่น

1036455

55565

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2550 แจ้งว่า ที่บ้านไทรทอง ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์มีงานแต่งงานระหว่างชายชาวต่างชาติ(ฝรั่งเศส) ได้เดินทางมาสู่ขอแต่งงานกับสาวประเภทสองชาวไทย โดยถือฤกษ์ดีเอาวันที่ 12 เมษายน 2550 เป็นวันแต่งงาน โดยจัดพิธีแต่งงานอย่างไทย ที่บ้านไทรทอง ม.7 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 332 ม.7 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านงาน พบว่า บ้านหลังดังกล่าวปลูกเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว พื้นบ้านปูกระเบื้องอย่างสวยหรูได้ยินเสียงเครื่องไฟ เครื่องขยายเสียงดังลั่น ทั่วหมู่บ้าน หน้าบ้านมีการกางเต๊นท์ไว้รับรองแขกถึง 7 หลังพร้อมโต๊ะจีนกว่า 30 โต๊ะ ตั้งภายในบริเวณบ้าน

pic_6

ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายประภาศ โพธิหล้า อายุ 57 ปี พ่อของสาวประเภทสอง กำลังยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมงานแต่งงานในครั้งนี้ โดยเจ้าบ่าวเป็นชาวฝรั่ง ชื่อนายมิเชล ลัวเยล เป็นชาวฝรั่งเศส อายุ 41 ปี ส่วนเจ้าสาว ชื่อนายพรประสิทธิ์ โพธิหล้า อายุ 25 ปี

ต่อมาเวลา 08.30 น. ซึ่งเป็นเวลาได้ฤกษ์แห่ขันหมากเข้าบ้าน ขบวนขันหมากจัดตามประเภณีไทย โดยเจ้าบ่าวคือนายมิเชล ลัวเยล ซึ่งแต่งชุดไทยโบราณ ได้เดินถือดอกไม้ พร้อม พานขันหมาก เดินนำขบวนฯมาที่บ้านเจ้าสาว จากนั้นได้มีการปิดกั้นประตูเงินประตูทอง ตามประเพณี โดยมีนายประสิทธิ์ โพธิหล้า แต่งชุดเจ้าสาวสวยงามรอรับอยู่ในบ้าน

จากนั้นได้มีพิธีบายศรีสู่ขวัญทั้งสองโดยมีพ่อหมอประจำหมู่บ้าน ได้จุดเทียนบายศรี ทำพิธีสู่ขวัญ ตามประเพณีของคนไทยอีสาน พ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวได้รับพานขันหมาก พร้อมได้ เปิดซองออกมานับเป็นเงินสด 1แสนบาท พร้อมแหวน และสร้อยทอง น้ำหนักรวม 10 บาท จากนั้น คู่บ่าวสาวได้ สวมแหวนหมั้นให้แก่กันและกันพร้อมจูบต่อกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางญาติพี่น้องส่งเสียงและปรบมือแสดงความดีใจ

จากนั้นบรรดาญาติๆ ได้เข้ามาผูกข้อมือ ให้กับคู่บ่าวสาวทั้งสองตามประเพณีไทยอีสาน เป็นเสร็จ พิธี จากนั้น คู่บ่าวสาวได้ออกมากราบขอบคุณแขกที่ได้มาร่วมงานตามโต๊ะนั่งที่ได้จัดเอาไว้ ให้กว่า 200 คน

นางขันทอง โพธิหล้า อายุ 55 ปี แม่ของเจ้าสาว กล่าวว่า ก็ดีใจกับลูก ที่มีครอบครัว ตนเองมีบุตรเป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน ซึ่งลูกคนที่ 2 และ 3 เป็นสาวประเภทสอง ส่วนคนที่แต่งงานนี้เป็นคนที่ 3 ซึ่งทั้งสองได้ทำตัวเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พอจบป.6 เจ้าสาวผู้นี้ก็ได้ไปอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี หลายปีแล้วจนเมื่อเดือนที่แล้ว ได้โทรศัพท์แจ้งมาว่า จะขอแต่งงานกับหนุ่มฝรั่ง ซึ่งตนก็ได้บอกไปว่า ให้ดูให้ดีเพราะเราเป็นแบบนี้เขาจะรับได้หรือ พ่อแม่ผู้ชายเขาจะว่าอย่างไร ลูกก็ได้บอกว่าเขารักเราและชอบเรา พร้อมจะพาไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วย

ต่อมาอีกสองอาทิตย์ เจ้าบ่าวก็ได้โทร มาอีก พร้อมเอ่ยขอลูกและถามเราว่า จะเรียกร้องเงินทองเท่าไร ตนเองก็ตอบไปว่า ไม่เรียกร้องอะไรหรอก แล้วแต่จะจัดมาให้ก็แล้วกัน พร้อมขอให้ดูแลลูกเราให้ดีก็แล้วกัน

ด้านนายพรประสิทธิ์ โพธิหล้า เจ้าสาว สาวประเภทสอง กล่าวว่า ตนเองเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ซึ่งเป็นความโชคดีที่พ่อแม่ไม่ว่าอะไรมาแต่เล็ก และตั้งแต่จบ ป.6 ก็ได้ไปอยู่ที่สิงห์บุรี ไปเรียนต่อจากนั้นก็เข้ากทม.ไปหางานทำ โดยทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณ ต่อจากนั้นก็ได้ไปอยู่ที่พัทยา โดยทำงานที่รัชดาคาร์บาร์เร่มา 6 ปีแล้ว และทำมาโดยตลอด ซึ่งตนเองก็ยังไม่ได้แปลงเพศ อีกทั้งเจ้าบ่าว ก็ไม่ยอมให้แปลงเพศ และขณะนี้ตนเองก็ยังได้ไปเรียนต่อปริญาตรี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตอนนี้ก็เข้าปี 2 แล้วและก็ยังศึกษาอยู่

ในส่วนที่ได้พบกับเจ้าบ่าวนั้น ได้พบกันที่รัชดาคาร์บาร์เร่ โดยเขาได้มาดูการแสดงของเรา และก็ได้ติดต่อกันมาได้ 5 เดือนเศษแล้ว จนกระทั่งมาขอเราแต่งงาน เจ้าบ่าวเขาจะบินไปๆมาๆ โดยเฉพาะถ้าในช่วงพักร้อน เขาก็จะหยุดงานยาวถึง 3 เดือนโดยนายมิเชล ลัวเยล เจ้าบ่าวนี้ เป็นชาวฝรั่งเศส ทำงานเกี่ยวกับการเก็บภาษีอากร ซึ่งเรื่องการแต่งงานในครั้งนี้ ทางที่บ้านของเขาก็รู้เรื่องดี พ่อเขาเสียไปแล้ว เหลือแต่แม่ ซึ่งหลังจากแต่งงานแล้วตนเองและเจ้าบ่าว ก็จะไปฮันนี่มูน กันที่ ประเทศธิเบต และ ประเทศญี่ปุ่น จากนั้น ก็จะเดินทางไปอยู่กับเจ้าบ่าวที่ฝรั่งเศสเลย แต่ก็คงแบบไปๆมาๆ

ด้านนายมิเชล ลัวเยล เจ้าบ่าว ได้กล่าว ตนเองได้เดินทางมาประเทศไทย 6 ครั้งแล้ว ได้เดินทางไปเที่ยวจนทั่วประเทศไทย หลังจากนั้นก็มาพักผ่อนที่พัทยาและได้มาเจอเจ้าสาว ที่รัชดาคาร์บาร์เร่ และได้ติดต่อกันมาโดยตลอด ตนเองรักเมืองไทย ชอบคนไทย ที่แต่งงานในช่วงนี้ก็เพราะ ตนเอง เกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.1966 ก็เลยแต่งเอาในวันนี้เลย ส่วนเจ้าสาวของตน ก็เป็นคน นิสัยดี ใจดีเอาใจเก่ง และรู้จิตใจของเรา ครอบครัวของผมก็ไม่ว่าอะไร ตามใจของเรา จริงๆเราคบหากันเพียง 5 – 6 เดือนก็ตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน จากนี้ก็จะพาไปอยู่ที่ฝรั่งเศส พ่อแม่เจ้าสาวก็ไม่ว่าอะไร ใจดีจริงๆ และจะดูแลเค้าตลอดไป

จาก คมชัดลึก

ถึงกะเทยทุกท่าน ที่มาดูดภาพจากบอร์ดนี้ไปโพสยังที่อื่นหรือนำไปฟอร์เวิร์ดต่อฝ่านทางเมล กรุณาทำความเข้าใจเจตนาในการจัดงานของพวกเราด้วย

การจัดงานศพให้เจ๊สมตุ๋ยในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความอาลัยยิ่ง พวกเราจึงพยายามจัดให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้เห็นเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของพวกเราชาว วิจิตรศิลป์ ทั้งชาย หญิง และ กะเทย แต่เนื่องจากในเว็บบอร์ดนี้เป็นเว็บบอร์ดของกะเทย ดังนั้นพวกท่านจึงเห็นภาพเฉพาะส่วนของกะเทยแต่งหญิงเท่านั้น และในประเด็นของการแต่งหญิงมาร่วมงานศพ พวกเราได้คิดตริตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า “จะทำเพื่อพี่สาวคนนี้อย่างเต็มที่ที่สุด” แน่นอนว่าพวกเราได้คิดถึงความเหมาะสม และเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ที่จะเกิดตามมาอย่างดีแล้ว หลายท่านอาจมองว่าเป็นเรื่องไม่สำรวมไม่เหมาะสม เป็นการเอาคนตายมาล้อเล่น แต่สำหรับเจ๊สมตุ๋ยซึ่งเป็นกะเทยที่พวกเรารักและเคารพ พวกเราชาววิจิตรศิลป์มั่นใจว่า การแต่งหญิงมาส่งน้อง ส่งเพื่อน ส่งพี่ที่ผูกพันธ์เป็นครั้งสุดท้ายถือว่าเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ตายคนนี้ เป็นอย่างยิ่ง ลองหลับตาคิดในมุมมองของกะเทยที่ไม่ได้ปิดบังตัวเอง มีพี่ เพื่อน น้อง ร่วมแต่งหญิงมาด้วยกันทุกงานนางหนึ่ง เมื่อตายไปก็คงอยากให้ทุกคนแต่งหญิงมาส่งกันเป็นครั้งสุดท้าย ในเมื่อเราทำเพื่อผู้ตาย ทำตามความชอบของเจ๊สมตุ๋ย เหตุผลย่อมเพียงพอแล้วที่จะเกิดงานศพที่มีกะเทยแต่งหญิงมาร่วมงาน

3212-3

12645629821264563162l

3212-43

และสำหรับท่านที่นำเอาภาพจากที่นี่ออกไปโพส กรุณาอย่าได้บิดเบือนเจตนาที่พวกเราทำว่าเป็นเรื่องตลก เรื่องไม่ให้เกียรติ พวกเราเข้าใจว่ามองต่างมุม แต่ขอให้พิจารณาถึงเจตนาที่พวกเราทำสักนิดแล้วท่านจะเข้าใจว่า “ทำไมกะเทยเหล่านี้จึงรักกัน”


ด้วยรักและอาลัยยิ่ง

จาก thaimisc.pukpik.com

Tired of slow, unreliable Wordpress web hosting? Try the host recommended by WordPress.org!