กำลังกลายเป็นวงที่มีดีกรีความสวย ซ่า ซน และร้อนแรงแซงหน้าเกิร์ลกรุ๊ป ที่ออกมาชนกันอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าพวกเธอจะไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้ก็ตาม สำหรับ วีนัส ฟลายแทร็ป ห้าสาวที่ขอเรียกตัวเองว่าเป็น เลดี้ บอยแบนด์ ได้แก่ โบโบ้ นก ทาย่า จีน่า และ เอมมี่

ทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจากต้นสังกัด โซนี่ บีเอ็มจี ท่ามกลางสาวประเภทสองที่มายื่นใบสมัครจำนวนมาก โดยใช้เวลาคัดเลือกยาวนานกว่า 2 เดือน จนกระทั่งได้ห้าสาวที่ลงตัวพร้อมที่จะเป็นเลดี้ บอยแบนด์ ที่สุด และใช้เวลาทำงานเพลงอยู่ปีกว่าๆ ก่อนที่จะคลอดอัลบั้มในแนวใหม่ที่เรียกว่า นูเอเบิล
แต่ก่อนที่จะไปรู้จักงานเพลงของพวกเธอ ย้อนกลับไปทำความรู้จักและที่มาของห้าสาวกันก่อน เริ่มต้นที่ ทาย่า ซึ่งเล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ประเทศออสเตรเลีย เธอจึงเดินทางกลับเมืองไทยและเข้าร่วมประกวดมิสทิฟฟานี จนคว้ารางวัลรองอันดับ 1 มาครอง
จากนั้น โซนี่ บีเอ็มจี ติดต่อไปทิฟฟานี บอกข่าวชักชวนให้สาวประเภทสองมาออดิชั่น ทำให้ทาย่ามาเข้าร่วมการคัดเลือก
ทาย่าไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานในวงการนี้เลย ตัวเองเรียนออกแบบมา ก็อยากจะทำงานเป็นดีไซเนอร์ แต่ถ้าถามถึงตอนเด็กๆ ก็มีแอบฝันอยากที่จะเป็นบ้าง เพราะคิดว่าน่าจะมีความสุข ทาย่า กล่าว
คนที่สอง เอมมี่ นักศึกษาภาควิชาอัญมณีเครื่องประดับ มศว ประสานมิตร อีกหนึ่งคนที่เคยผ่านการประกวดจากเวทีมิสทิฟฟานี ปี 2005 เช่นเดียวกันทาย่า และแม้ว่าจะไม่ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับไป แต่ด้วยความสามารถในการร้องเพลง เธอจึงไม่พลาดที่จะถูกชักชวนให้มาร่วมออดิชั่นในครั้งนี้
เอมมี่มาออดิชั่นรอบแรก แต่ไม่ได้ เพราะวันนั้นแต่งชุดนักศึกษา หน้าก็ไม่แต่งมาเลย พอไม่ได้ก็เลยไปบนหลวงพ่อโสธร ขอให้มีปาฏิหาริย์ เพราะอยากเป็นนักร้องมาก อยากเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เอมมี่ บอก
แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง เมื่อถึงวันคัดเลือกรอบสุดท้าย ทาย่า เกิดลืมเอาเครื่องเล่นซีดีมาเปิดเพลงที่จะใช้เต้น และร้องในการคัดตัว จึงโทรศัพท์ให้เอมมี่นำมาให้ เมื่อมาถึงก็พบว่ามีสาวหนึ่งในนั้นสละสิทธิ ทำให้เธอได้รับเชิญร่วมคัดเลือกอีกครั้ง
โบโบ้ อีกหนึ่งสาวแดนเซอร์จากเมืองพัทยา ที่ถูกเพื่อนชวนให้มาเป็นเพื่อน แต่กลับเป็นฝ่ายได้เข้ามาเป็นนักร้องเสียเอง และชนะใจกรรมการมาได้ด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่เต็มเปี่ยม
วันนั้นมา เขาให้เข้าห้องอัด ตอนแรกโบโบ้ไม่ได้ตั้งใจจะมาสมัคร แต่พอมา เพื่อนก็บอกให้ลองดู ไหนๆ ก็มาแล้ว เราก็เลยเอาด้วย ขอยืมเพลงที่เพื่อนเตรียมมานั่นแหละร้องไป จนได้เข้ารอบมาเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนน่ะหลุด ตกรอบไปแล้ว โบโบ้ กล่าว
ส่วน จีน่า สาวประเภทสองจาก จ.อุบลราชธานี ที่เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ได้ไม่ถึงเดือน เล่าให้ฟังว่า ทุกอย่างเหมือนถูกขีดเส้นไว้แล้ว เพราะเธอตั้งใจมาคัดตัวเล่นๆ ตามประสาคนเข้ามาเมืองกรุงแล้วไม่มีอะไรจะทำ งานก็ยังไม่มี แต่ในที่สุดกลับได้ร่วมทีมทำเพลงกับเพื่อนๆ

วันนั้นจีน่ามาทดสอบพร้อมกับเพื่อนๆ สาวประเภทประมาณ 10 คน ทุกคนก็งัดกลเม็ดเด็ดพรายมากันสุดฤทธิ์ วันนั้นคนอื่นๆ ก็จะร้องเพลงสากลกัน เพราะคิดว่าค่ายเพลงสากลเนอะ แต่จีน่ามั่นใจ เราร้องลูกทุ่งเริ่ด ก็จะร้องแบบนี้ แล้วตรงนี้ล่ะ จีน่าคิดว่าเลยทำให้จีน่าได้มาด้วยความที่เป็นตัวของตัวเอง จีน่า เล่า
มาที่ นก สาวสวยหน้าตาคุ้นที่เคยผ่านหน้าจอทีวีกับเรื่องราวแฉตัวเอง ที่เคยเป็นกะเทยย้อมแมว เพื่อขึ้นเวทีประกวดนางงามแข่งกับสาวแท้มาแล้ว ซึ่งเธอมาร่วมคัดเลือกในวันสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร และหลังจากได้รับรางวัลมิสอัลคาซาร์ ปี 2005 มาได้เพียงวันเดียว
วันนั้นพี่ส้มโอ พรางชมพู โทรมาชวน ตอนแรกนกไม่อยากไป รู้สึกว่า คำว่ากะเทยกับนักร้องมันห่างไกลกัน แล้วนกก็ยังเหนื่อยอยู่ด้วย เพราะเพิ่งได้รับรางวัลมิสอัลคาซาร์มาเมื่อคืนนี้เอง แต่มาคิดอีกครั้ง โอกาสในชีวิตไม่ได้ได้มาง่ายๆ เมื่อโอกาสมาแล้ว เราจะไม่คว้าไว้หรือ เลยตัดสินใจไป นก กล่าว
หลังจากได้สาวๆ มาครบ 5 คนเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2548 พวกเธอก็เริ่มเข้าคอร์สของบริษัท เรียนทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เนื่องจากในช่วงแรกมีแผนว่าจะต้องร้องเพลงคัฟเวอร์ภาษาต่างประเทศด้วย รวมถึงยังต้องเรียนเต้น ร้องเพลง และบุคลิกภาพอีกด้วย
เราเข้าห้องอัดกันหลายรอบมาก เปลี่ยนโปรดิวเซอร์ถึง 3 คน ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ดี แต่เราอยากนำเสนอความเป็นตัวเราให้มากที่สุด โปรดิวเซอร์บางคนตีความเราเป็นแค่เอ็นเตอร์เทนเนอร์ ซึ่งจริงๆ แล้วเรายังมีอะไรที่อยากบอกมากกว่านั้น ถึงขั้นบางครั้งเราฟังเพลงแล้วยังหัวเราะตัวเองเลยว่า นี่หรือคือเพลงของเรา ทำให้ต้องเปลี่ยน จนมาลงตัวที่โปรดิวเซอร์ชาวเยอรมัน Marco Krismann และ Ingo Schnoor
อัลบั้มนี้เราต้องการขายความจริงที่เราเป็น สมัยก่อนมีพี่ๆ กะเทยทำเพลงออกมาเปิดทางให้พวกเราแล้ว วันนี้เราก็เหมือนมาสานต่อ แต่เราก็ไม่อยากนำเสนอความเป็นกะเทย เพราะวันนี้เราเป็นผู้หญิงแล้ว เราจึงนำเสนอความเป็นผู้หญิงในหลากหลายมุม
แนวเพลงที่เรียกว่าเป็นนูเอเบิล มันเป็นแนวเพลงใหม่สำหรับคนไทยที่จะร่วมทั้งฟังก์ เฮ้าส์ เทคโน ฯลฯ เข้าด้วยกัน ทั้งหมดช่วยกันอธิบาย
เมื่อถามต่อว่า หลายคนอาจมองว่า วีนัส ฟลายแทร็ป ขายแค่ภาพลักษณ์ไม่ใช่นักร้อง พวกเธอตอบให้ฟังว่า
เรากล้าบอกว่า เพลงเราก็ดี ภาพลักษณ์เราก็ดี เราต้องการนำเสนอในแบบร้องก็ดี เพลงก็เด่น เราครบเครื่องในแบบเรา ที่ผ่านมา เวลาเราไปโชว์ที่ไหน เราก็ร้องสดกันจริงๆ ไม่เคยลิปซิง หลายคนมองกะเทยต้องลิปซิงขายโชว์ แต่เราไม่ใช่ เราต้องการขายความแตกต่าง เราคิดว่า เกิร์ลกรุ๊ปทำได้ บอยแบนด์ทำได้ เราเลดี้ บอยแบนด์ ก็ทำได้
http://news.sanook.com