Archive for October, 2009

Miss Tiffany Universe 2009

ตัดสินกันเรียบร้อยแล้วสำหรับการประกวดหาสาวประเภทสองที่สวยที่สุดในประเทศไทย เพื่อชิงมงกุฎเวทีการประกวด Miss Tiffany Universe 2009 เพื่อเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวด Miss International Queen 2009 

          สำหรับบรรยากาศในการประกวดรอบตัดสิน มีขึ้นเมื่อค่ำคืนวันที่ 15 พ.ค. ณ อาคารโรงละคร ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เป็นไปอย่างคึกคัก มีการโชว์แสดงจากสาวประเภทสองอย่างอลังการงานสร้าง โดยมีนายภาณุเดช วัฒนสุชาติ และน้องปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ 9466226(นายศักดิ์นรินทร์ มาลยาภรณ์) ผู้ได้รับตำแหน่ง มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2004 เป็นพิธีกร และมีการถ่ายทอดสดโดยสถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 7

Miss International Queen 2009

E4nSnB720403-02การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จํากัด ได้กําหนดจัดการประกวด Miss International Queen 2009 ขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552 (เลื่อนการประกวดจาก วันศุกร์ัที่ 30 ตุลาคม 2552 เป็นวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 )ซึ่งเป็นการจัดประกวดสาวประเภทสองระดับโลกขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ นับเป็นปีที่ 5 โดยจะมีผู้เข้าประกวดจากนานาชาติมากกว่า 30 ประเทศ เดินทางเข้าร่วมการประกวดบนเวทีนี้ ซึ่งเป็นการช่วย ส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดประกวด โดยรายได้จากการประกวดจะมอบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นผู้ดําเนินโครงการในพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

     การจัดประกวด Miss International Queen เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา และได้ถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวประจําปีของเมืองพัทยา และในการประกวดปีนี้ทางกองประกวดจะจัดให้มีกิจกรรม การประกวดขึ้น ณ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในจังหวัดชลบุรี, เมืองพัทยา รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอื่นๆในประเทศไทย เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยไปทั่วโลก

http://www.thaiticketmajor.com/performance/miss_international_queen09.php

 

อธ.มศว อนุญาต! นิสิตชายแต่งหญิงได้ ชี้สังคมไทยหลากหลายเพศ เข้าใจ”ธรรมชาติ” เน้นสุภาพ-ไม่เวอร์-รู้จักกาละเทศะ
        
       นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มคนที่เป็นเพศที่สามขยายตัวมากขึ้น เพราะสังคมเปลี่ยนไปมาก จะเห็นว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีคนกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย อยู่ในสาขาวิชา คณะต่างๆ เพราะพวกเขามีสติปัญญา มีความสามารถ มีพลังในตัวเอง และมีความตั้งใจไม่ต่างไปจากผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ในเรื่องของความเก่ง และความสามารถแล้ว
       
       ”สิ่งที่ มศว เน้นมากคืออยากเห็นคนทุกกลุ่มให้เกียติซึ่งกันและกัน เป็นคนสุภาพ ไม่ทำอะไรเว่อร์จนเกินคำว่าพอดี เน้นความสุภาพที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย หากคนทุกกลุ่มเป็นได้ คิดว่าไม่ว่าจะเป็นคนในเพศไหนก็ไม่น่าเกลียด
       
       สิ่งสำคัญอยากให้ทุกคนในสังคมมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ในส่วนของ มศว ไม่ได้ไปห้าม หรือยับยั้ง หรือออกกฎไม่ให้แต่งกายแบบนิสิตหญิง แต่อยากให้อยู่ในดุลพินิจของตัวนิสิตเอง สิ่งสำคัญคือไม่ว่าจะแต่งหญิง หรือแต่งชาย ขอให้เน้นความสุภาพ เคารพสถานที่ มีกาลเทศะ ในส่วนของระบบหอพักนั้น ทางทีมงานผู้บริหารพูดคุย และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”
       
       ทั้งนี้ มศว ได้จัดให้นิสิตเพศที่ 3 พักในหอพักชาย แต่บางรายที่อาจมีข้อยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็น เช่นอาจเป็นนิสิตที่แปลงเพศแล้ว ก็ขอให้ทำเรื่องมาที่กรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
       
       ”ความจริงแล้วผมไม่อยากใช้คำพูดว่าเพศที่ 1 เพศที่ 2 หรือเพศที่ 3 เหมือนกับเราแบ่งแยกเขาเป็นกลุ่มๆ แต่อยากให้มองว่าเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการความรัก ความเมตตา ความเอาใจใส่ จากจุดนี้จะพบว่าจากรากฐานที่ มศว เริ่มต้นมาจากรากฐานทางการศึกษา ผู้สอนทุกศาสตร์ใน มศว ล้วนแล้วแต่มีความเป็นครู
       
       ผมเคยบอกเสมอว่างานหลักของครู มศว ไม่ใช่สอนหนังสืออย่างเดียว แต่งานหลักอีกงานหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้งานสอนคือ ครูต้องเข้าใจลูกศิษย์ รัก เมตตา และไม่ควรแสดงความต่อต้านที่เห็นลูกศิษย์มีความกระเดียดเป็นผู้หญิง
       
       จะเห็นว่าครู มศว เข้าใจ และไม่ต่อต้าน ให้คำปรึกษานิสิตได้ทุกเรื่อง เสมือนพ่อแม่ญาติพี่น้องของพวกเขา และมองเห็นความแตกต่างทางเพศด้วยสายตาที่เข้าใจ มากกว่าจะตำหนิติเตียน เมื่อครูเป็นเช่นนี้ นิสิตก็มีความสุข และไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยก พวกเขาจึงใช้ชีวิตอยู่ในมศว ด้วยความสุข เพราะ มศว ยอมรับในความหลากหลายทางเพศ” นายวิรุณกล่าว

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000125813

“วิว” นักเทควันโดทีมชาติหลั่งน้ำตายินดีหลังคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิร์ลได้สำเร็จ พร้อมประกาศถอนตัวจากการแข่งซีเกมส์เพื่อไปประกวดมิสเวิล์ดที่ประเทศอังกฤษ ด้าน “ปานเลขา” มิสไทยแลนด์เวิล์ดคนแรกสร้างความฮือฮาโดยการโผล่โชว์ตัวในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการประกวด แต่ก้าวพลาดเหยียบชายกระโปรงจนล้มหน้าคว่ำมงกุฎกระเด็น
       
       เสร็จสิ้นกันไปเรียบร้อยแล้วกับการประกวดมิสไทยแลนด์เวิล์ด 2552 โดยในปีนี้ผู้ที่สามารถคว้ามงกุฎไปครองได้แก่ สาวงามหมายเลข 14 “วิว พงศ์ชนก กันกลับ” นักเทควันโดทีมชาติไทยสายดำ ได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ได้แก่เงินสด 1 ล้านบาท มงกุฎเพชรมูลค่า 1 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน 2.2 ล้านบาท ทองคำ มูลค่า 1 แสนบาท รถยนต์โตโยต้า นอกจากนี้เจ้าตัวก็ยังคว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชน และรางวัลนางงามรูปร่างดี ได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท และ 5หมื่นบาทตามลำดับ
       
       ส่วนรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิร์ลได้แก่ สาวงามหมายเลข 12 “คาร์ล่า ณัฐธิดา ปอร์เทอร์” ได้รับรางวัลเงินสดจำนวน 3 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้คาร์ล่าก็ได้คว้ารางวัลนางงามผิวสวยมาครอง ได้เงินรางวัล 1 แสนบาท รองอันดับ 2 ตกเป็นของสาวงามหมายเลข 25 “ปูเป้ พรพิมล สุขใหม่” ได้รับรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 2 แสนบาท รองอันดับ 3 สาวงามหมายเลข 1 “ปิงปิง มินตรา โศจิพันธุ์” ได้รับรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท และรองอันดับ 4 ได้แก่ สาวงามหมายเลข 20 “อ้อม กานต์พิศชา เกตุมณี” ได้รับรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท และรางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่ สาวงามหายเลข 15 “ลูกนัท วนัสนันท์ จันทร์นิ่ม”

ม้า-อรนภา กฤษฎี

อรนภา กฤษฎี หรือ ม้า (เกิด พ.ศ. 2497 ) นักแสดง นางแบบ พิธีกร ช่างแต่งหน้า ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความสวยของผู้หญิง อาทิเช่น การแต่งหน้า และเป็นหนึ่งในสามเสนากรรมการตัดสินฝีปากกล้าแห่งรายการเดอะสตาร์ (ค้นฟ้า คว้าดาว)

อรนภา กฤษฎี เข้าสู่วงการจากการเป็นแบบแฟชั่นในนิตยสารลลนา ประมาณ พ.ศ. 2525 และรับงานเดินแบบ เคยถ่ายภาพในนิตยสารหนุ่มสาว ถ่ายโดย ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ เมื่อ พ.ศ. 2527 หลังจากผ่าตัดแปลงเพศแล้ว

SlimUp19

อรนภา กฤษฎี มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง พรางชมพู กะเทยประจัญบาน (2545) และ คู่แรด (2550)